ข่าวสาร
ผลจัดอันดับเมืองรับมือโลกร้อน สะท้อนความเหลื่อมล้ำทั่วโลก
รายงานการจัดอันดับของ AlphaGeo บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศด้วยปัญญาประดิษฐ์ ได้ประเมินความพร้อมรับมือภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเมืองใหญ่ 72 แห่งทั่วโลก โดยนำข้อมูลด้านความเสี่ยงทางกายภาพมาเปรียบเทียบกับศักยภาพในการปรับตัวของแต่ละเมือง
ผลที่ออกมาน่าสนใจและชวนกังวลในเวลาเดียวกัน เพราะเมืองที่รับมือได้ดีที่สุดกระจายอยู่ในหลายภูมิภาค ขณะที่ 10 เมืองที่มีความพร้อมต่ำที่สุดเกือบทั้งหมดอยู่ในเอเชียใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญทั้งน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก ดินถล่ม คลื่นความร้อน และแรงกดดันจากจำนวนประชากรในเขตเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม อันดับดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเมืองที่อยู่ท้ายตารางจะต้องเกิดภัยพิบัติแน่นอน หรือเมืองอันดับต้น ๆ จะปลอดภัยจากผลกระทบทั้งหมด แต่เป็นการสะท้อนว่า หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เมืองใดมีโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเตือนภัย เทคโนโลยี และแผนปรับตัวที่ช่วยลดความเสียหายได้มากกว่า
เกณฑ์วัดความยืดหยุ่นของเมือง คิดจากความเสี่ยงหักด้วยความสามารถในการปรับตัว
พารัก ขันนา ผู้ก่อตั้ง AlphaGeo อธิบายแนวคิดของดัชนีนี้ว่า ความยืดหยุ่นในการรับมือภัยพิบัติสามารถมองได้จาก “ปริมาณความเสี่ยง” หักลบด้วย “ความสามารถในการปรับตัว” พูดง่าย ๆ คือ เมืองหนึ่งอาจอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง แต่หากมีระบบป้องกันและแผนรับมือที่ดี ก็อาจลดผลกระทบลงได้มาก
ปัจจัยด้านความเสี่ยงทางกายภาพครอบคลุมภัยสำคัญ เช่น ไฟป่า พายุเฮอร์ริเคน ภัยแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน และเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงอื่น ๆ จากนั้นจึงนำมาเปรียบเทียบกับความพร้อมของเมือง ทั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า เทคโนโลยีที่ใช้ติดตามสภาพอากาศ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบระบายน้ำ และความสามารถในการวางแผนปรับตัวระยะยาว
จุดน่าสนใจของการจัดอันดับนี้คือ ไม่ได้ดูเพียงว่าเมืองใดมีภัยธรรมชาติน้อยที่สุด แต่พยายามมองภาพรวมว่า เมืองนั้นมีความสามารถในการปกป้องประชาชนและฟื้นตัวหลังเกิดเหตุได้แค่ไหน เพราะในโลกที่อากาศแปรปรวนขึ้นเรื่อย ๆ แทบไม่มีเมืองใดหลีกหนีความเสี่ยงได้ทั้งหมด
10 เมืองที่พร้อมรับมือวิกฤตโลกร้อนน้อยที่สุด เอเชียใต้ติดโผเกือบยกภูมิภาค
10 อันดับเมืองที่มีความพร้อมรับมือภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศต่ำที่สุด ได้แก่ อันดับ 1 อาห์เมดาบัด ประเทศอินเดีย อันดับ 2 ไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย อันดับ 3 มุลตาน ประเทศปากีสถาน อันดับ 4 ธากา ประเทศบังกลาเทศ อันดับ 5 ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน อันดับ 6 โกลกาตา ประเทศอินเดีย อันดับ 7 ไฟซาลาบัด ประเทศปากีสถาน อันดับ 8 การาจี ประเทศปากีสถาน อันดับ 9 จิตตะกอง ประเทศบังกลาเทศ และอันดับ 10 ไทเป ไต้หวัน
รายชื่อดังกล่าวสะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า เอเชียใต้กำลังเผชิญความเปราะบางหลายด้านพร้อมกัน เมืองจำนวนมากตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มหรือใกล้เส้นทางน้ำ มีประชากรหนาแน่น และมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อเกิดฝนตกหนักหรือน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไหลลงมาอย่างรวดเร็ว ระบบระบายน้ำและการเดินทางในเมืองอาจได้รับผลกระทบแทบจะทันที
สำหรับเมืองในอินเดียและปากีสถาน ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่น้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนและภัยแล้ง ซึ่งสามารถกระทบต่อสุขภาพ การใช้ไฟฟ้า การเกษตร และการเข้าถึงน้ำสะอาด ส่วนเมืองในบังกลาเทศก็มีความเสี่ยงจากน้ำหลากและพายุที่รุนแรงขึ้น ขณะที่ไทเปแม้มีระบบเมืองที่พัฒนาแล้ว แต่ยังเผชิญความเสี่ยงจากฝนตกหนัก น้ำท่วม และภูมิประเทศที่ทำให้น้ำไหลลงสู่พื้นที่เมืองอย่างรวดเร็ว
ทำไมเมืองเอเชียใต้จึงเปราะบาง เมื่อสภาพอากาศรุนแรงขึ้น
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือพื้นที่ลุ่ม เมื่อน้ำจากภูเขา หุบเขา หรือพื้นที่ต้นน้ำไหลลงมา เมืองที่อยู่ด้านล่างย่อมรับน้ำจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ และมนุษย์ไม่สามารถเปลี่ยนเส้นทางน้ำตามธรรมชาติได้ง่ายนัก หากระบบระบายน้ำมีขนาดไม่เพียงพอ ปัญหาก็จะยิ่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว
อีกปัจจัยคือการขยายตัวของเมืองที่เกิดขึ้นเร็วกว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติถูกแทนที่ด้วยถนน อาคาร และพื้นผิวคอนกรีต ทำให้น้ำซึมลงดินได้น้อยลง เมื่อต้องรับฝนปริมาณมาก น้ำจึงไหลบ่าบนผิวถนนและกลายเป็นน้ำท่วมฉับพลันได้ง่ายกว่าเดิม
ความหนาแน่นของประชากรและความเหลื่อมล้ำก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากอาจอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือเข้าถึงบริการฉุกเฉินได้ยาก เมื่อเกิดภัยพิบัติ ความเสียหายจึงไม่ได้กระจายเท่ากันทุกกลุ่ม การสร้างเมืองให้รับมือโลกร้อนได้จริงจึงต้องทำมากกว่าการสร้างเขื่อนหรืออุโมงค์ระบายน้ำ แต่ต้องรวมถึงการวางผังเมือง ระบบสาธารณสุข และการดูแลคนเปราะบางด้วย
ชิคาโกคว้าอันดับหนึ่ง เมืองที่มีความพร้อมสูงสุดในการรับมือภัยพิบัติ
ฝั่งเมืองที่มีความพร้อมสูงสุด อันดับ 1 คือชิคาโก สหรัฐอเมริกา ตามด้วยแอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย อันดับ 3 เมลเบิร์น ออสเตรเลีย อันดับ 4 บาร์เซโลนา สเปน อันดับ 5 อังการา ตุรกี อันดับ 6 บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา อันดับ 7 ปารีส ฝรั่งเศส อันดับ 8 อิสตันบูล ตุรกี อันดับ 9 โบโกตา โคลอมเบีย และอันดับ 10 ไนโรบี เคนยา
ชิคาโกขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งจากหลายองค์ประกอบ โดยทำเลที่ตั้งช่วยลดความเสี่ยงจากพายุเฮอร์ริเคน อีกทั้งยังอยู่ในละติจูดที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับเมืองจำนวนมากในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ เมืองยังมีโครงการอุโมงค์ขนาดใหญ่ใต้ดินสำหรับจัดการและผันน้ำ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในช่วงฝนตกหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรณีนี้ทำให้เห็นว่า ความพร้อมของเมืองไม่ได้เกิดจากภูมิศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงทุนและการวางแผนในระยะยาว เมืองที่มีงบประมาณ เทคโนโลยี และหน่วยงานที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ย่อมมีโอกาสลดความเสียหายได้มากกว่า แม้จะยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ปารีสตัวอย่างเมืองที่ใช้การปรับผังเมืองสู้โลกร้อน
ปารีสซึ่งอยู่ในอันดับ 7 เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะแนวทางรับมือไม่ได้พึ่งพาโครงสร้างขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว เมืองให้ความสำคัญกับการปรับผังเมือง เพิ่มพื้นที่สีเขียว และทำให้คนเดินเท้าใช้งานพื้นที่สาธารณะได้สะดวกขึ้น
พื้นที่สีเขียวช่วยลดความร้อนสะสมในเมือง ขณะที่การส่งเสริมการเดินเท้าและลดการพึ่งพารถยนต์ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แนวคิดนี้สะท้อนว่า การรับมือวิกฤตภูมิอากาศมีทั้งด้านการป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว และการลดสาเหตุที่จะทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นในอนาคต
สำหรับเมืองอื่น ๆ บทเรียนจากปารีสอาจนำไปปรับใช้ได้ตามบริบท ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันทั้งหมด แต่อาจเริ่มจากการเพิ่มต้นไม้ ทำทางระบายน้ำให้เชื่อมต่อกัน ลดพื้นที่คอนกรีตที่ไม่จำเป็น และออกแบบถนนให้รองรับทั้งการเดินทางและการระบายน้ำไปพร้อมกัน
อันดับเหล่านี้บอกอะไรกับเมืองในเอเชียและประเทศไทย
แม้ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อ 10 เมืองที่มีความพร้อมต่ำที่สุดหรือสูงที่สุด แต่ประเด็นนี้ควรเป็นสัญญาณให้หลายเมืองเร่งประเมินความเสี่ยงของตัวเอง โดยเฉพาะเมืองที่เจอน้ำท่วมซ้ำซาก พื้นที่ชายฝั่งที่เสี่ยงน้ำทะเลหนุน และเขตเมืองที่มีอาคารหนาแน่นจนขาดพื้นที่รับน้ำ
การรับมือโลกร้อนไม่ควรรอให้เกิดภัยพิบัติแล้วค่อยแก้ เพราะการเตือนภัยล่วงหน้า แผนอพยพ ระบบสื่อสารฉุกเฉิน และการซ้อมรับมือ ล้วนต้องเตรียมก่อนเกิดเหตุ นอกจากนี้ การดูแลระบบระบายน้ำและการรักษาพื้นที่ธรรมชาติยังเป็นงานพื้นฐานที่ช่วยลดความเสียหายได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
สุดท้ายแล้ว การจัดอันดับนี้ไม่ใช่คำตัดสินถาวรของเมืองใดเมืองหนึ่ง แต่เป็นภาพสะท้อน ณ ช่วงเวลาที่จัดทำรายงาน เมืองที่อยู่ท้ายตารางสามารถขยับขึ้นได้ หากลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายที่เหมาะสม ขณะเดียวกันเมืองอันดับต้น ๆ ก็ไม่ควรประมาท เพราะวิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ภัยพิบัติรุนแรงและคาดเดายากขึ้นเรื่อย ๆ
✅ หวยรัฐบาล ✅ หวยลาว ✅ หวยยี่กี ✅ หุ้นหุ้น ✅ หวยฮานอย
สนใจหวยคลิก ➤ www.fahbet.com
💸ลงทุนกับหวยก็รวยได้ 💸เพราะจ่ายไม่มีอั้น💸
😍ซื้อหวยออนไลน์ง่าย ๆ ผ่านมือถือ
- 3 ตัวบน บาทล่ะ 900
- 3 ตัวโต๊ด บาทล่ะ 150
- 2 ตัวบน , 2 ตัวล่าง บาทล่ะ 90
🎉 เลขเด็ด เลขดัง ในประเทศได้หมด
✅ ถอนเร็ว จ่ายไว มั่นคงแข็งแรง 100%💪🏻
💬 ทีมแอดมินบริการ 24 ชั่วโมง คอยช่วยเหลือทุกท่าน
ปลอดภัย ซื่อสัตย์ ไม่หนี ได้เท่าไหร่ก็จ่าย