ข่าวสาร

เช็กให้ชัวร์! ผู้ใหญ่เป็นอีสุกอีใส อาการหนักกว่าเด็กจริงไหม กรมควบคุมโรคตอบชัด - fahbvip

คำตอบชัด ๆ: จริง ผู้ใหญ่อาจป่วยรุนแรงกว่าเด็ก

ประเด็นผู้ใหญ่เป็นอีสุกอีใสแล้วอาการหนักกว่าเด็ก ไม่ใช่ความเชื่อที่เล่าต่อกันมาแบบไม่มีหลักฐาน เพราะกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ผู้ใหญ่ที่ติดเชื้ออีสุกอีใสมีแนวโน้มเกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าเด็ก ขณะที่เด็กส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรงและค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม คำว่า “อาจรุนแรงกว่า” ไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่ทุกคนจะมีอาการหนักเสมอไป ความรุนแรงขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวม ภูมิคุ้มกัน โรคประจำตัว การตั้งครรภ์ และการได้รับเชื้อมากน้อยเพียงใด ดังนั้น หากผู้ใหญ่เริ่มมีผื่นร่วมกับไข้หรือไม่แน่ใจว่าเป็นอีสุกอีใสหรือไม่ ก็ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและปรึกษาแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติ

อีสุกอีใสเกิดจากเชื้ออะไร และแพร่กระจายอย่างไร

โรคอีสุกอีใสเกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์ หรือ Varicella-zoster virus (VZV) โดยมักติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการพูดคุยใกล้ชิด รวมถึงการสัมผัสน้ำจากตุ่มพองของผู้ป่วยโดยตรง โรคนี้แพร่ได้ง่าย โดยเฉพาะในบ้าน โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานที่ที่ผู้คนอยู่รวมกันเป็นเวลานาน

ลักษณะที่พบได้บ่อยคือมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร และเริ่มมีผื่นหรือตุ่มน้ำขึ้นตามลำตัว ใบหน้า หนังศีรษะ หรือแขนขา ตุ่มอาจค่อย ๆ เปลี่ยนจากผื่นแดงเป็นตุ่มน้ำ ก่อนจะแห้งและตกสะเก็ดในเวลาต่อมา จุดสังเกตสำคัญคือผื่นอาจขึ้นหลายระยะพร้อมกัน ทำให้เห็นทั้งตุ่มแดง ตุ่มน้ำ และตุ่มที่กำลังตกสะเก็ดอยู่บนผิวหนังในช่วงเดียวกัน

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับโรคนี้ในฐานะโรคของเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถติดเชื้อได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนหรือยังไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอ และเมื่อเกิดโรคในวัยผู้ใหญ่ ร่างกายอาจตอบสนองต่อการติดเชื้อรุนแรงกว่า จึงไม่ควรมองว่าเป็นเพียงผื่นคันธรรมดา

ทำไมผู้ใหญ่จึงมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่า

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคชี้ว่า อีสุกอีใสในผู้ใหญ่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนมากกว่าเด็ก ภาวะที่ต้องระวัง ได้แก่ ปอดอักเสบ สมองอักเสบ และการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมบริเวณผิวหนัง โดยภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจทำให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็วและจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์

ปอดอักเสบอาจทำให้มีอาการไอ หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือหายใจไม่สะดวก ส่วนสมองอักเสบอาจเกี่ยวข้องกับอาการปวดศีรษะมากผิดปกติ อาเจียน ซึม สับสน เดินเซ หรือมีอาการชัก ขณะที่ผิวหนังบริเวณตุ่มน้ำ หากมีการเกาหรือดูแลไม่เหมาะสม ก็อาจติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ ทำให้บวม แดง ร้อน มีหนอง หรือปวดมากขึ้น

กลุ่มที่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยโรคเรื้อรังบางชนิด และหญิงตั้งครรภ์ เพราะการติดเชื้ออาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วยหรือทารกในครรภ์ได้ หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและสงสัยว่าติดเชื้อ ควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อขอคำแนะนำโดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการเองเป็นเวลานาน

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรรอให้หายเอง

ผู้ป่วยอีสุกอีใสบางรายอาจมีอาการไม่มากและฟื้นตัวได้เอง แต่หากมีไข้สูงต่อเนื่อง ไข้กลับสูงขึ้นหลังจากเริ่มดีขึ้น หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก ซึมลง สับสน ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนมาก เดินเซ หรือมีอาการชัก ควรไปพบแพทย์ทันที

บริเวณผิวหนังก็เป็นจุดที่ควรสังเกต หากตุ่มมีรอยแดงลาม บวม ร้อน ปวดมาก มีหนอง หรือมีไข้ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ นอกจากนี้ หากผู้ป่วยเป็นหญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ก็ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ แม้ในตอนแรกจะยังดูไม่รุนแรงก็ตาม

สิ่งสำคัญคือไม่ควรซื้อยารับประทานเองแบบสุ่ม ๆ โดยเฉพาะยาบางชนิดที่อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยอีสุกอีใส การรักษาและการใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร รวมถึงควรแจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการแพ้ยาให้ครบถ้วน

หลังหายแล้ว เชื้อยังอยู่ในร่างกายได้

เมื่ออาการอีสุกอีใสดีขึ้น เชื้อ VZV ไม่ได้หายไปจากร่างกายทั้งหมด แต่สามารถหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทได้เป็นเวลานาน หากวันหนึ่งภูมิคุ้มกันลดลง เชื้ออาจกลับมาก่อโรคอีกครั้งในรูปแบบ “งูสวัด” ซึ่งมักทำให้เกิดผื่นและตุ่มน้ำเรียงเป็นแนวตามเส้นประสาท พร้อมอาการปวดแสบปวดร้อนหรือปวดจี๊ดอย่างชัดเจน

การเคยเป็นอีสุกอีใสจึงไม่ได้แปลว่าจะไม่มีปัญหาจากเชื้อนี้อีกในอนาคต แม้โรคงูสวัดจะเป็นคนละลักษณะกับอีสุกอีใส แต่มีต้นเหตุจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกัน การดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ และพบแพทย์เมื่อมีผื่นผิดปกติจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

ป่วยแล้วควรดูแลตัวเองและป้องกันคนรอบข้างอย่างไร

ผู้ป่วยควรพักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ ตัดเล็บให้สั้น และหลีกเลี่ยงการเกาตุ่ม เพราะการเกาอาจทำให้ผิวหนังเป็นแผล ติดเชื้อ และเพิ่มโอกาสเกิดรอยแผลเป็น ควรรักษาความสะอาดของผิวหนังและเสื้อผ้า หากมีอาการคันควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับวิธีบรรเทาอาการที่เหมาะสม

ในช่วงที่ยังมีตุ่มน้ำใหม่ขึ้นหรือมีตุ่มที่ยังไม่แห้งตกสะเก็ด ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิด ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ควรใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และควรสวมหน้ากากเมื่อจำเป็นต้องเดินทางไปสถานพยาบาล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรกว่าอาจเป็นอีสุกอีใส เพื่อช่วยลดการแพร่เชื้อในพื้นที่รอรับบริการ

สำหรับการป้องกัน การหลีกเลี่ยงสัมผัสผู้ป่วยและการฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์เป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ ผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคหรือไม่แน่ใจว่ามีภูมิคุ้มกันหรือไม่ สามารถปรึกษาสถานพยาบาลเกี่ยวกับความเหมาะสมของวัคซีนได้ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้คนหรืออยู่ร่วมกับสมาชิกครอบครัวที่มีความเสี่ยง

สรุปผลตรวจสอบข่าว: เป็นข้อมูลจริง แต่ต้องเข้าใจให้ครบ

กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ผู้ใหญ่ที่เป็นอีสุกอีใสอาจมีอาการรุนแรงกว่าเด็กและเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า จึงถือเป็นข้อมูลจริง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ใหญ่ทุกคนจะป่วยหนัก สิ่งที่ควรทำคือสังเกตอาการ แยกตัวจากกลุ่มเสี่ยง ไม่เกาตุ่ม และรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการเตือนหรืออยู่ในกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง

มุมที่อยากชวนจำไว้คือ อีสุกอีใสไม่ควรถูกมองว่าเป็นโรคเล็ก ๆ เพียงเพราะคนส่วนใหญ่รู้จักในฐานะโรคเด็ก การป้องกันการแพร่เชื้อและการดูแลตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาได้มาก หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา การถามแพทย์โดยตรงย่อมปลอดภัยกว่าการคาดเดาจากข้อมูลบนโลกออนไลน์

✅ หวยรัฐบาล ✅ หวยลาว ✅ หวยยี่กี ✅ หุ้นหุ้น ✅ หวยฮานอย

สนใจหวยคลิก ➤ www.fahbet.com

💸ลงทุนกับหวยก็รวยได้ 💸เพราะจ่ายไม่มีอั้น💸

😍ซื้อหวยออนไลน์ง่าย ๆ ผ่านมือถือ

- 3 ตัวบน บาทล่ะ 900

- 3 ตัวโต๊ด บาทล่ะ 150

- 2 ตัวบน , 2 ตัวล่าง บาทล่ะ 90

🎉 เลขเด็ด เลขดัง ในประเทศได้หมด

✅ ถอนเร็ว จ่ายไว มั่นคงแข็งแรง 100%💪🏻

💬 ทีมแอดมินบริการ 24 ชั่วโมง คอยช่วยเหลือทุกท่าน

ปลอดภัย ซื่อสัตย์ ไม่หนี ได้เท่าไหร่ก็จ่าย