ข่าวสาร

จับตาให้ดี! หมอเปิด 3 วิธีสังเกต “ผักกาดขาว” เสี่ยงสารเคมี หลังจีนยืนยันคลิปจุ่มฟอร์มาลินเป็นเรื่องจ - fahbvip

คลิปผักกาดขาวจุ่มฟอร์มาลินกลายเป็นประเด็นใหญ่ในจีน

กรณีคลิปผักกาดขาวถูกนำไปจุ่มในสารละลายก่อนขนส่ง กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยทางอาหารที่ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมาก โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 และระบุว่าเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอคังเป่า เมืองจางเจียโข่ว มณฑลเหอเป่ย์ ประเทศจีน

ภาพในคลิปแสดงให้เห็นการนำผักกาดขาวไปสัมผัสสารละลายที่ถูกระบุว่าเป็นฟอร์มาลดีไฮด์ หรือสารที่เกี่ยวข้องกับฟอร์มาลิน ก่อนนำขึ้นรถบรรทุกเพื่อขนส่งไปจำหน่าย จุดประสงค์ของการใช้สารดังกล่าวคือชะลอการเน่าเสียและช่วยให้ผักดูสดได้นานขึ้น ซึ่งเป็นการใช้สารเคมีกับอาหารอย่างผิดกฎหมาย

หลังคลิปกลายเป็นไวรัล หน่วยงานด้านการเกษตร การกำกับดูแลตลาด และตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบ ก่อนยืนยันเบื้องต้นว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นจริง พร้อมดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลและยานพาหนะที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบเส้นทางของผักตั้งแต่จุดรับซื้อ การขนส่ง ไปจนถึงตลาดปลายทาง

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ควรถูกตีความว่าผักกาดขาวจากจีนทุกหัวมีสารฟอร์มาลิน หรือผักที่จำหน่ายในไทยทั้งหมดไม่ปลอดภัย เพราะเป็นกรณีที่พบจากผู้ค้าบางราย และยังต้องอาศัยผลตรวจสอบของหน่วยงานรัฐเป็นหลัก

อย.ไทยสุ่มตรวจ 42 ตัวอย่าง ยังไม่พบฟอร์มาลิน

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ว่า ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจผักนำเข้าตามด่านอาหารและยา รวมถึงสุ่มตรวจผักกาดขาวที่วางจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อประเมินความเสี่ยงหลังเกิดข่าวจากจีน

ผลตรวจเบื้องต้นจากด่านอาหารและยา 3 แห่ง ครอบคลุมผัก 22 ตัวอย่าง และการสุ่มตรวจผักกาดขาวจากตลาดค้าส่งอีก 20 ตัวอย่าง แบ่งเป็นผักนำเข้า 11 ตัวอย่าง และผักที่ผลิตในประเทศ 9 ตัวอย่าง รวมทั้งหมด 42 ตัวอย่าง ผลตรวจไม่พบการปนเปื้อนฟอร์มาลินในตัวอย่างที่เก็บตรวจ

ตัวเลขนี้ถือเป็นข้อมูลที่ช่วยลดความกังวลได้ระดับหนึ่ง แต่ต้องเข้าใจว่าเป็นผลเฉพาะตัวอย่างและช่วงเวลาที่ตรวจ ไม่ใช่การรับรองว่าผักทุกหัวในทุกตลาดจะไม่มีสารปนเปื้อน ดังนั้นการเฝ้าระวัง การสุ่มตรวจ และการตรวจสอบย้อนกลับยังมีความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง

ฟอร์มาลินกับฟอร์มาลดีไฮด์คืออะไร ทำไมจึงห้ามใช้กับอาหาร

ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ยับยั้งหรือทำลายจุลินทรีย์ ส่วนฟอร์มาลินโดยทั่วไปหมายถึงสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ในน้ำ สารเหล่านี้มีการใช้งานในทางการแพทย์ งานฆ่าเชื้อ และภาคอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาแช่ พ่น หรือใช้รักษาความสดของอาหาร

หากได้รับสารในระดับสูง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณปาก คอ และทางเดินอาหาร รวมถึงอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย หากได้รับในปริมาณมากอาจเป็นอันตรายรุนแรงได้ นอกจากนี้ องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ หรือ IARC จัดฟอร์มาลดีไฮด์อยู่ในกลุ่ม 1 ซึ่งหมายถึงสารที่มีหลักฐานว่าสามารถก่อมะเร็งในมนุษย์

แต่การจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งไม่ได้หมายความว่าแค่สัมผัสเพียงครั้งเดียวจะทำให้เกิดมะเร็งทันที ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับปริมาณ ระยะเวลา และลักษณะการได้รับสาร สิ่งที่ควรทำคือไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ แต่ก็ไม่ควรชิมหรือทดลองกับผักที่มีกลิ่นและลักษณะผิดปกติ

หมอแนะ 3 วิธีสังเกตผักกาดขาวก่อนซื้อ

วิธีที่ 1 ดูความสดให้สมเหตุสมผล ผักกาดขาวที่ดีควรมีสีตามธรรมชาติ ใบสด ไม่ช้ำ ไม่เน่า และไม่ขึ้นรา แต่ถ้าผักดูสดจัด กรอบแข็ง หรือเต่งตึงผิดธรรมชาติ ทั้งที่คาดว่าผ่านการขนส่งและวางขายมาระยะหนึ่งแล้ว ก็ควรเพิ่มความระมัดระวัง

อีกจุดที่ใช้ประกอบการพิจารณาคือผักที่สมบูรณ์แบบเกินไป ไม่มีร่องรอยช้ำหรือแมลงเลย แม้ลักษณะเหล่านี้จะไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ามีสารเคมี แต่เมื่อพบร่วมกับความสดที่ผิดปกติหรืออายุการเก็บที่ยาวนานเกินธรรมชาติ ก็ควรสอบถามแหล่งที่มาและวันที่รับสินค้า

วิธีที่ 2 ระวังกลิ่นฉุนแสบจมูก ผักสดทั่วไปอาจมีกลิ่นเขียวอ่อน ๆ หรือกลิ่นดินตามธรรมชาติ หากมีกลิ่นฉุนคล้ายน้ำยาฆ่าเชื้อ กลิ่นสารเคมี หรือสูดแล้วแสบจมูก ควรงดซื้อทันที ไม่ควรเสี่ยงนำกลับไปล้างหรือปรุงเพื่อหวังให้ปลอดภัย

อย่างไรก็ดี การไม่มีกลิ่นผิดปกติไม่ได้แปลว่าปลอดสารแน่นอน เพราะกลิ่นอาจจางลงตามเวลา หรือสารอาจมีความเข้มข้นต่ำจนจมูกตรวจจับไม่ได้ ดังนั้นการดมเป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้น และไม่ควรนำผักมาใกล้จมูกมาก ๆ หรือสูดแรงเพื่อทดสอบ

วิธีที่ 3 พลิกดูโคน ก้าน และซอกใบ ก่อนซื้อควรตรวจบริเวณโคนผักกาดขาว ก้าน และซอกใบ หากพบของเหลวตกค้าง คราบผิดปกติ สีเปลี่ยน เนื้อผักเปื่อย หรือมีลักษณะเปียกแฉะผิดธรรมชาติ ควรเลือกชิ้นอื่นและแจ้งผู้ขายให้ตรวจสอบ

คราบสีขาวหรือรอยบนผักไม่ได้หมายความว่าเป็นฟอร์มาลินเสมอไป เพราะอาจเกิดจากดิน แร่ธาตุ ไขธรรมชาติ หรือความชื้นที่แห้งติดอยู่บนผิว แต่หากไม่แน่ใจ การไม่ซื้อชิ้นนั้นถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ที่สำคัญ ทั้งสามวิธีเป็นเพียงการสังเกต ไม่สามารถใช้ยืนยันการปนเปื้อนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ การยืนยันต้องใช้ชุดทดสอบที่เหมาะสมหรือการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ

เลือกซื้อผักอย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น

วิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากคือเลือกซื้อจากร้านค้า ตลาด หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีระบบจัดการสินค้าและสามารถระบุแหล่งที่มาได้ ผักบรรจุถุงควรมีฉลาก ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้รับผิดชอบชัดเจน บรรจุภัณฑ์ไม่ฉีกขาด และมีข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

การเลือกผักตามฤดูกาลและรับประทานผักให้หลากหลายก็เป็นแนวทางที่ดี ไม่ควรซื้อผักชนิดเดิมจากแหล่งเดิมมากินซ้ำทุกวัน การสลับชนิด สี และแหล่งซื้อช่วยกระจายความเสี่ยงจากสารตกค้างหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะบางล็อต

นอกจากนี้ อย่าตัดสินคำว่า “ปลอดสาร” จากหน้าตาผักเพียงอย่างเดียว ผักมีรูแมลงไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป และผักที่สวยสะอาดก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีสารตกค้าง หากร้านหรือผู้ผลิตระบุว่าผ่านมาตรฐาน ควรมีข้อมูลรับรองหรือรายละเอียดแหล่งผลิตให้ตรวจสอบได้

วิธีล้างผักกาดขาวก่อนนำไปปรุงอาหาร

เมื่อซื้อผักกลับบ้าน ควรแยกใบที่ช้ำ เน่า หรือเสียออกก่อน จากนั้นเด็ดหรือแยกใบที่ซ้อนกัน แล้วแช่ในน้ำสะอาดประมาณ 15 นาที ระหว่างนั้นเขย่าหรือลูบเบา ๆ เพื่อช่วยให้ดิน ฝุ่น และสิ่งสกปรกหลุดออก ก่อนนำไปล้างผ่านน้ำไหลอย่างน้อย 30 วินาที โดยเน้นบริเวณโคน ก้าน และซอกใบ

ผู้บริโภคอาจใช้เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ประมาณ 15 นาที หรือใช้เกลือ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ประมาณ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง หากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างผัก ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเลข อย. และทำตามคำแนะนำบนฉลาก

ไม่ควรใช้น้ำยาล้างจาน สบู่ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนมาล้างผัก เพราะอาจมีสารตกค้างที่ไม่เหมาะกับการบริโภค และต้องจำไว้ว่าการล้างช่วยลดสิ่งสกปรก จุลินทรีย์ และสารตกค้างบางส่วน แต่ไม่สามารถรับรองว่าจะกำจัดสารทุกชนิดได้หมด หากผักมีกลิ่นฉุนหรือมีลักษณะน่าสงสัยมาก ควรทิ้ง ไม่ใช่พยายามล้างเพื่อกู้กลับมากิน

ถ้าพบผักต้องสงสัย ควรรับมือแบบไหน

หากซื้อผักมาแล้วพบกลิ่นสารเคมี คราบ ของเหลว หรือความผิดปกติชัดเจน ควรหยุดรับประทานและแยกออกจากอาหารอื่น ไม่ควรชิม ดมใกล้ ๆ หรือใช้วิธีทดลองด้วยตนเอง เก็บบรรจุภัณฑ์ ฉลาก ใบเสร็จ ชื่อร้าน และวันเวลาที่ซื้อไว้ รวมถึงถ่ายภาพผักและข้อมูลแหล่งจำหน่ายเพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ

สามารถแจ้งร้านค้า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสายด่วน อย. 1556 เพื่อประสานงานตรวจสอบ หากรับประทานแล้วมีอาการแสบปากหรือคอ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หายใจผิดปกติ หรืออาการรุนแรง ควรรีบไปโรงพยาบาลและแจ้งแพทย์ว่าอาจรับประทานอาหารที่สงสัยว่ามีสารเคมีปนเปื้อน

สรุปแบบไม่ต้องกลัวเกินไป แต่ต้องเลือกอย่างมีสติ

ข่าวผักกาดขาวจุ่มฟอร์มาลินในจีนเป็นเหตุการณ์จริงที่ทางการกำลังดำเนินการตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน ผลสุ่มตรวจเบื้องต้นของ อย.ไทยจำนวน 42 ตัวอย่างยังไม่พบฟอร์มาลิน จึงยังไม่มีเหตุผลที่จะเหมารวมว่าผักกาดขาวจากจีนหรือผักในไทยทั้งหมดไม่ปลอดภัย

สิ่งที่ทำได้ทันทีคือซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ สังเกตความสด กลิ่น และบริเวณโคนกับซอกใบ ล้างผักให้ถูกวิธี และหลีกเลี่ยงชิ้นที่ดูผิดธรรมชาติ ที่สำคัญคืออย่าเชื่อการมองหรือการดมเพียงอย่างเดียว เพราะการตรวจทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่ยืนยันการปนเปื้อนได้แน่นอน ผู้บริโภคจึงควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ และใช้เหตุผลควบคู่กับความระมัดระวังทุกครั้งที่เลือกซื้ออาหาร

✅ หวยรัฐบาล ✅ หวยลาว ✅ หวยยี่กี ✅ หุ้นหุ้น ✅ หวยฮานอย

สนใจหวยคลิก ➤ www.fahbet.com

💸ลงทุนกับหวยก็รวยได้ 💸เพราะจ่ายไม่มีอั้น💸

😍ซื้อหวยออนไลน์ง่าย ๆ ผ่านมือถือ

- 3 ตัวบน บาทล่ะ 900

- 3 ตัวโต๊ด บาทล่ะ 150

- 2 ตัวบน , 2 ตัวล่าง บาทล่ะ 90

🎉 เลขเด็ด เลขดัง ในประเทศได้หมด

✅ ถอนเร็ว จ่ายไว มั่นคงแข็งแรง 100%💪🏻

💬 ทีมแอดมินบริการ 24 ชั่วโมง คอยช่วยเหลือทุกท่าน

ปลอดภัย ซื่อสัตย์ ไม่หนี ได้เท่าไหร่ก็จ่าย